2007/Jan/16

แน่นอน แปะที่โน่นแล้ว ย่อมเอามาลงที่นี่อีกรอบ


The Fourth Estate (ฐานันดร 4)



ผู้เขียน/แปล: Jeffrey Archer (แปลโดย สุวิทย์ ขาวปลอด)
พิมพ์: วารินทร์พับลิเคชั่น
ปก/หน้า: ปกอ่อน/1024 หน้า
ราคา: 340.00 บาท

ใช้เวลาในการเลือกอ่านหนังสือที่จะมารีวิวอยู่ราวๆหนึ่งชั่วโมง (หรืออาจมากกว่านั้นแฮะ) ตอนแรกว่าจะอ่านนิยายไทย แต่ระหว่างเลือก ไปสะดุดตากับเล่มนี้เข้าพอดี ประกอบกับเคยได้ยินชื่อมาบ้าง เลยลองยืนๆนั่งๆอ่านอยู่ราวๆ 60 หน้า แล้วตัดสินใจซื้อมาอ่านต่อที่บ้านทันที (ตอนแรกว่าจะเอา นางมารใส่ป้าด่ามาอ่าน แต่ไปๆมาๆ เอาไว้ก่อนดีกว่า)


จากปกใน
การเริ่มต้นที่แตกต่างกันของผู้ชายสองคน...
การเดินทางของชีวิตจากต่างแหล่งกำเนิด...
การฟันฝ่าเพื่อมาให้ถึงถนนสายเดียวกัน...
การเล่นเกมเพื่อให้บรรลุชัยชนะโดยไม่เกี่ยงวิธี...

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ริชาร์ด อาร์มสตรอง หรือ ลับจิ ฮอค เป็นยิวที่เกิดในเมืองเล็กๆแถวชายแดนเช็ค โรมาเนีย และโปแลน เขาเป็นเด็กที่ฉลาดและมีพรสวรรค์ทางด้านค้าขาย แต่โชคชะตาทำให้เขาต้องเจอกับการรุกรานของนาซี โชคชะตาอันเหลือเชื่อ ทำให้เขาหลุดออกจากค่ายกักกันและได้ไปเป็นทหารให้กับกองทัพอังกฤษในที่สุด หลังจากสงครามสงบ เขาก็ได้พาภรรยาและลูกออกมาตั้งบริษัท อามสตรองคอมมิวนิเคชั่น เริ่มจากการซื้อลิขสิทธิ์สิ่งพิมพ์กับหุ้นส่วนของเขาในเยอรมัน จนได้เป็นเจ้า ของหนังสือพิมพ์ที่มียอดขายมากที่สุดในอังกฤษ "The Citizen" และในตอนนี้ เขาต้องการที่จะเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ที่มีผู้อ่านมากที่สุดในอเมริกา "New York Star"

คีธ ทาวน์เซนด์ ลูกชายของ เซอร์แกรแฮม ทาวน์เซนด์ เจ้าของหนังสือพิมพ์ในออสเตรเลียผู้ที่มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักหนังสือพิมพ์แบบพ่อ เข้าเรียนในโรงเรียนประจำและได้เป็นบรรณาธิการของวารสารในโรงเรียนที่เขาเรียนอยู่ หลังที่เขาได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ก็กลับมาบริหารหนังสือพิมพ์ของพ่อเขา, Melbourne Courier หลังจากที่พ่อเขาได้เสียชีวิตลง เขาขยายเครือข่ายหนังสือพิมพ์ของเขาไปทั่วออสเตรเลีย และในที่สุดก็ได้เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์เก่าแก่ที่รู้จักกันดีของอังกฤษ "The Globe" และในตอนนี้ เขาต้องการที่จะเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ที่มีผู้อ่านมากที่สุดในอเมริกา "New York Star"

หนังสือเรื่องนี้ อ้างอิงจากชีวิตจริงของเจ้าพ่อสื่อผู้ยิ่งใหญ่สองคนคือ Robert Maxwell และ Rupert Murdoch ที่แข่งขันกันเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของหนังสือพิมพ์ในอังกฤษ (เมอร์ดอก ซื้อกิจการของ The Sun และ News of the World ภายหลังได้ซื้อ The Times อีกเล่ม ส่วน แมกซ์เวล ได้ซื้อ Daily Mirror และได้ออก Sunday Mirror เป็นฉบับวันอาทิตย์)


การดำเนินเรื่องในเรื่องนี้ จะเป็นการเล่าชีวิตของตัวเอกทั้งสองคนสลับกันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงชีวิตในวัยเด็กในยุคสงครามโลกครั้งที่สองที่แตกต่างกันราวกับคนละโลก การดำเนินชีวิตในวัยรุ่น และหนทางที่ทำให้ทั้งสองคนมาพบเจอกัน เนื่องจากเป็นการตัดฉากกันไประหว่างสองฝ่าย ทำให้บางทีอ่านแล้วเกิดความรู้สึกงงกับตัวละครจนต้องอ่านซ้ำเพื่อความเข้าใจ แต่โดยรวมแล้ว การดำเนินเรื่องลื่นไหลและน่าติดตามมาก ในเรื่องของการแปล เนื่องจากคุณสุวิทย์ ขาวปลอดนั้นมีผลงานแปลของนักเขียนชื่อดังเยอะมาก เช่น ทอม แคลนซี, สตีเฟน คิง, ไมเคิล คริชตัน นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มในส่วนของเชิงอรรถ เข้าไปอธิบายในส่วนที่คนอ่านส่วนใหญ่ไม่ทราบ ทำให้ต้องยอมรับว่า เรื่องนี้มีสำนวนการแปลที่ลื่นไหล ทำให้อ่านได้เรื่อยๆ ไม่สะดุด

ข้างล่างนี่คือส่วนที่ทำให้ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ (ยาวหน่อย ตัดบางส่วนออกละกัน)

ชายชราก้าวมาข้างหน้า ก้มลงแล้วเริ่มเลือกของบนกล่อง ลับจิไม่อยากเชื่อว่าพ่อค้าเครื่องประดับสนใจสินค้าของเขา อันดับแรกมิสเตอร์เลกสกี้พิจารณาเหรียญเก่าที่มัหัวของซาร์ เขาดูมันอยู่พักหนึ่ง ลับจิรู้ว่าเขาไม่ได้สนใจเหรียญจริงๆหรอก : นี่เป็นลูกเล่นง่ายๆที่ลับจิเห็นมิสเตอร์เลสกี้ใช้หลายครั้งก่อนถามราคาสิ่งของที่เขาต้องการจริง "อย่าให้พวกเขาดูออกว่าเธออยากได้อะไร"
ลับจิรออย่างอดทนให้ชายชราหันความสนใจไปหาทางกลางกล่อง
"เธอจะคิดเท่าไหร่สำหรับไอ้นี่" พ่อค้าเครื่องประดับถามในที่สุดแล้วหยิบแหวนทองขึ้นมา
"คุณจะเสนออะไรล่ะฮะ"
"หนึ่งร้อยคอรูน่า" ชายชราตอบ
เขานึกถึงสิ่งที่อาจารย์ของเขาสอน "จงเรียกเป็นสามเท่าแล้วตกลงที่สองเท่า" เขาเงยมองอาจารย์ของเขา "สามร้อยคอรูน่า"
พ่อค้าเครื่องประดับวางแหวนลงกลางกล่อง "ให้ได้มากที่สุดสองร้อยคอรูน่า"
"สองร้อยห้าสิบ" ลับจิเสนออย่างคาดหวัง
มิสเตอร์เลกสกี้นิ่งไปครู่หนึ่ง ตาเขายังมองแหวน "สองร้อยยี่สิบห้า" เขาพูดอย่างเด็ดขาด "แต่เธอต้องแถมเหรียญเก่านั่นด้วย"
ลับจิผงกหัวทันที พยายามซ่อนความปลาบปลื้มกับชัยชนะของการซื้อขาย แล้วเงยหน้ามองชายชราสงสัยว่ามิสเตอร์เลกสกี้มีอะไรเหลือจะสอนเขาอีก
บ่ายนั้นลับจิเดินผ่านร้านของมิสเตอร์เลกสกี้เหลียวมองกระจกเพื่อดูว่าเข็มกลัดแสนสวยที่เขาจะซื้อให้แม่นั้นยังอยู่หรือไม่ แล้วลับจิต้องตะลึงเมื่อเข็มกลัดอันนั้นถูกแทนด้วยเหรียญเก่าเหรียญหนึ่งมีป้ายบอกให้รู้ว่ามันมีหัวของซาร์นิโคลาสที่หนึ่ง และปีที่ผลิตคือ 1829 เขาดูราคาที่พิมพ์บนแผ่นกระดาษด้านล่าง
"หนึ่งพันห้าร้อยคอรูน่า"




ป.ล. ที่ tagๆ มากันน่ะ ยังขี้เกียจเขียนอยู่ 5555

Comment

Comment:

Tweet


ไอสาดดดดดดดดดด กุหาความหมายฐานันดร

มีแต่เหี้ยไรนี่สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
#3 by ภไภไ (125.24.76.215) At 2008-11-09 16:30,
อ่านจบแล้วบอกด้วยนะ
#2 by POJ At 2007-01-18 15:53,
เด็ดมากเปรี้ยว เดี๋ยวจะไปหามาอ่านบ้าง
#1 by Death At 2007-01-17 07:40,